วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2550

กรือเซะ : กระบวนการสร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์ของชาวบ้านชุมชนกรือเซะ

กรือเซะ : กระบานการสร้างความหมายเชิงสัญลักษณ์ของชาวบ้านชุมชนกรือเซะ
ความเป็นกรือเซะ(มัสยิด) อะไรคือสิ่งที่มากว่าการเป็นแค่มัสยิดโบราณหรือมัสยิดที่มาพร้อมกับตำนานเล่าขาน การรำลือต่าง ๆ นา ๆ อะไรที่สร้างความหมายให้กับเรื่องราว ข้อสงสัยว่าที่แท้จริงประวัติเป็นเช่นไร สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันการให้ความหมายนอกจากสถานที่เคารพสักการะต่อพระเจ้า มัสยิดกรือเซะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความโด่งดังของความเป็นกรือเซะเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้สถานที่เคารพต่อพระเจ้ากลายเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากกว่าแค่คำว่า มัสยิด
มัสยิดกรือเซะเป็นโบราณสถานสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนที่นับถืออิสลาม หรือสถานที่ท่องเที่ยว หรือ สนามรบที่นัดพบปะกัน ณ สถานที่แห่งนี้แล้วเกิดเหตุการณ์อะไร ๆ ตามมันเป็นความจริงหรือเปล่า หรือแค่การแอบอ้าง มีอะไรที่แอบแฝงมากกว่าคำว่ามัสยิดที่เป็นแหล่งร่วมจิตใจของการเข้าหาพระเจ้า
เรื่องราวกับกรือเซะ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมัสยิดความจริงที่ไม่มีใครรู้ แต่จากตำนาน หรือเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาที่ได้ถ่ายทอดกันบ้างตามนักวิชาการหรือผู้รู้ คนในชุมชนเองเคยได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้บ้างหรือเปล่า ซึ่งที่มาจากที่นักวิชาการได้เขียนได้ตีแพร่ไว้อย่างน้อยคนในชุมชนก็มีส่วนที่ทำให้หนังสือเล่มนั้น ๆ สมบูรณ์ได้ด้วยการแสดงความคิดเห็นของคนในชุมชนแต่จะมีสักกี่คนที่เคยได้อ่านเล่มที่สมบูรณ์ของผู้เขียนเหล่านั้น สิ่งที่อยากรู้จากความคิดเห็นชาวบ้านและย้อนกลับมามองในสิ่งที่นักวิชากรบ้างคนได้เขียนไว้มีความสอดคล้องหรือข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน เหมือนกับการค้นหาความจริงว่าหนังสือ หรือสื่อแต่ละอย่างมีความเหมือนหรือความต่างกันมากน้อยแค่ไหน และเหมือนกับตัวข้าพเจ้าเองยังไม่เชื่อซะที่เดียวว่าสิ่งที่อ่านหรือสิ่งที่ได้รับรู้ผ่านเรื่องราวจากตำนานที่สืบทอดกันมา จากแหล่งจาก ๆ มีความเหมือนหรือความต่างกันบ้างไม่ในเรื่องเล่าที่ผ่านความจำหรือความเชื่อที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน เพราะข้าพเจ้าเองกลับเชื่อว่าเรื่องที่ผ่านการเล่าจากความทรงจำหรือผ่านการสืบทอดเล่าหรืออธิบายไม่เหมือนกันเสมอไป แน่นอนสิ่งที่รู้ต้องมีความหลากหลายในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นหรือข้อคิดต่าง ๆ ที่ใส่ความหมาย ตีความหมายในความเป็นมัสยิดกรือเซะ
ปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นกรือเซะจากมุมมองของข้าพเจ้าเองมองออกเป็น 3 ด้าน
คือ 1. ด้านของประวัติศาสตร์ เรื่องราวเกี่ยวกับกรือเซะ ความเป็นมาของมัสยิดกรือเซะและความเป็นมาของชุมชนมองในความเป็นชานเมืองในปัจจุบันกับการกับความเป็นศูนย์กลางของเมืองในอดีต





นิยามความเมืองในอดีตสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นเมืองในอดีต ความเจริญต่าง ๆ คนในชุมชนเองเคยสังเกตหรือมองออกในความเป็นเมืองความเจริญแต่อดีตมากน้อยแค่ไหน และวิธีการมองในอดีตมองในความเป็นเมืองมองอย่างไรและปัจจุบันวิธีการมองมองความเป็นเมืองอย่างไรอะไรคือสิ่งที่วัดความเป็นเมืองเพราะบุคคลเหล่านี้สังเกตเห็นหรือน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้สัมผัสได้เห็น ได้สังเกตมากว่าบุคคลที่อยู่ห่างออกไป คลุกคลี่กับความเป็นจริงกับเรื่องเล่าที่น่าเชื่อถือมากกว่าแหล่งอื่น มากว่านักวิชาการที่มาศึกษาจนได้รับรู้เรื่องราวเรื่องเล่าผ่านการทดสอบบ้าง ผ่านการสอบถามบ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่ผ่านกระบวนการสังเกต และคลุกคลี่หรือสังเกตเห็นได้ในเรื่องราวต่าง ๆ โดยผ่านกระบวนการความคิดของตัวเองมากกว่าแค่เพียงการนำเนื้อหา ข้อมูลไปวิเคราะห์
เพราะข้าพเจ้ากลับเชื่อว่าสิ่งที่ได้ศึกษารับรู้เพียงระยะเวลาสั้นๆ มีความหนักแน่นในเนื้อหาไม่มากพอเท่ากับหรือรู้ไม่ดีพอเท่ากับคนในท้องถิ่น เพราะเชื่อว่าความเป็นคนแปลกหน้าในสถานที่ใดที่หนึ่ง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากถิ่นใหม่ ๆ นั้น รู้ไม่หมด หรือไม่ลึกซึ่งพอเท่ากับคนในท้องถิ่นเอง คือข้าพเจ้าอยากรู้มัสยิดกรือเซะโดยไม่ผ่านบทความ หรือหนังสือที่ได้ศึกษาหรืออ่านมา หรือจากสิ่งที่ถูกปลูกฝังจากความเชื่อ ข้าพเจ้าอยากศึกษาอยากรู้ว่าสิ่งที่ถูกปลูกฝังหรือสิ่งที่ได้รับรู้มากับความจริงที่ได้ศึกษาเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน อย่างไร และอะไรที่ทำให้คนในชุมชนมองและใช้ทัศนะคติในแง่ต่าง ๆ เหล่านั้น
2.ด้านสถานการณ์ทางการเมือง เริ่มเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมถึงได้มองว่ามัสยิดเกี่ยวข้องกับการเมือง ทำไมความเป็นกรือเซะที่มองว่าเป็นแค่มัสยิดแต่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การเมือง หลายต่อหลายครั้งที่กรือเซะถูกมองในเชิงสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางศาสนาหรือมีอะไรมากกว่านี้ และกรือเซะกลายเป็นสถานที่ของความขัดแย้งในเรื่องศาสนาจริงหรือไม่ และตั้งแต่เมื่อไหร่ เอาอะไรมาตัดสิน จุดเปลี่ยนของมัสยิดกรือเซะนอกจากเป็นแค่มัสยิดและสถานที่พบปะ หรือแม้แต่สถานที่นัดพบปลุกระดมความคิดความเชื่อ ให้เกิดเหตุการณ์ความมาสงบขึ้นในปี47ที่ผ่านมา จุดเปราะบางทางการเมืองหรือความแตกแยกทางศาสนาหรือด้านประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดกรือเซะในความเป็นมัสยิดเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย อะไรที่นำมาแอบอ้างให้กรือเซะกลายเป็นมัสยิดที่มีตำนานมีประวัติศาสตร์มากมาย และทำไมต้องใช้สถานที่นี้ด้วย มัสยิดมีมากมายในจังหวัดปัตตานีล้อมรอบไปด้วยมัสยิด แต่ทำไมมัสยิดอเซะกลับเป็นมัสยิดแห่งแรกและมัสยิดแม่แบบของมัสยิดอื่น ๆ รายล้อมไปด้วยตำนาน ความทรงจำมากมาย มัสยิดถูกสร้างมาเพื่ออะไรกรือเซะแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันแน่ สิ่งที่โดนเด่น มากกว่าคำว่ามัสยิดตอนนี้เมื่อพูดถึง กรือเซะทุกคนนึกถึงมัสยิดและอะไรอีกมากมายที่ใส่เข้าไปในความคิดแต่ละคนที่มากกว่าคำว่ามัสยิดเพราะบ่อยครั้งที่มัสยิดโด่งดังไปกับเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้


ในปัจจุบันนี้ เหมือนกับการลุกฮือขึ้นมาปลุกระดมในความรักความเชื่อที่ผ่านเรื่องราวของศาสนาหรือตำนานความขัดแย้ง ที่ทำให้กรือเซะกลายเป็นจุดมุ่งหมายทางการเมืองในการเรียกร้องความเป็นธรรม ทำให้เกิดการรับรู้ในเรื่องของความขัดแย้ง ปมความขัดแย้งเกิดขึ้นจากตัวบุคคล ศาสนา หรือ รัฐ เพราะปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง คือ แนวทางการแก้ปัญหาจะทำได้อย่างไร ทัศนะคติของคนในชุมชนมองอย่างไรในเรื่องของปัญหาเหล่านี้ รัฐทำสิ่งที่แทงจิตใจมุสลิมบ้างไม่ รัฐมองแค่ผลประโยชน์ที่รัฐปรารถนาให้เป็นไปตามทิศทางของรัฐที่วางไว้แค่นั้นหรือ เบื้องหลังของจุดขายในการสร้างตำนานท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒธรรม รัฐเองกลับมองข้ามสิ่งที่ละเอียดอ่อนในเรื่องศาสนา เหมือนกับการพยายามบิดเบือนความเป็นจริงอะไรบ้างอย่าง
เพราะรอยร้าวทางประวัติศาสตร์ การกดขี่ ข่มเหง ปัจจุบัน รัฐยังปฏิบัติกับพี่น้องมุสลิมอยู่ และข้าพเจ้าคิดว่าไม่ผิดเลย กับการที่บุคคลถูกกดขี่ข่มเหงเหล่านี้ลุกฮือขึ้นเพื่อเรียกร้องสิทธิ เพื่อปกป้องศาสนาตัวเอง แต่ความเป็นประชาชน ความเป็นรัฐ ที่มีบทบาท อำนาจ ต่างกัน อะไร ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น จะมีใครสักกี่คนที่มองมันอย่างเข้าใจกับปวดร้าวเหล่านี้ จะมีสักกี่คนที่ไม่หลั่งน้ำตา เพราะการสูญเสีย อะไรกันแน่ที่ทำให้เกิดและอะไร ที่ทำให้ต้องใช้มัสยิดเป็นที่เป็นศูนย์กลางของใจคนกลายมาเป็นแหล่งสูญเสีย แหล่งน้ำตา แม้แต่การนองเลือด ความปวดร้าวต่าง ๆ นานา ที่ยังอยู่ในความทรงจำ ประวัติศาสตร์เองก็คงบันทึกกันไม่จบสิ้น การลดข้อขัดแย้งที่รากเหง้าของปัญหาโดยมองข้ามรอยร้าวที่เคยเกิดขึ้นตามประวัติศาสตร์ และไม่ก้าวก่ายในเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา แก้ปัญหาโดยเดินถอยหลังออกมาคนละก้าว(คุณ) คนในชุมชนเห็นด้วยหรือไม่ว่าตอนนี้ขณะนี้สมควรแล้วที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน
3.ด้านการท่องเที่ยว มัสยิดที่กรือเซะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือเป็นโบราณสถานนั้น ข้าพเจ้าคิดว่านักท่องเที่ยวและประชาชนจักทำขึ้น เช่นการประชาสัมพันธ์ การแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่รับรู้นั้นผ่านทางตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เพราะการใส่ความหมายความเชื่อของศาลเจ้าแม่ที่พานพิงมายังมัสยิดกรือเซะทำให้มัสยิดกรือเซะได้รับการเผยแพร่กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการบอกเล่า การโฆษณา หรือแม้แต่เอกสารต่าง ๆ ที่ทางรัฐที่มาพร้อมแต่ที่เห็นและเป็นอยู่ คือ สถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของมุสลิม และข้าพเจ้าอยากจะถามคนในชุมชนว่า เขามองและคิดอย่างไรกับการโฆษณาของรัฐเอามัสยิดเป็นจุดขายหรือเป็นแหล่งที่มีค่าในด้านเศรษฐกิจ แล้วสถานภาพที่แท้จริงคืออะไร และความรู้สึกที่มีต่อนักท่องเที่ยวที่มองมัสยิดมองด้วยสายตาและความรู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างศาสนา
เพราะมุสลิมเองก็มีวิธีถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างมัสยิดกรือเซะ คือ แสดงถึงความตั้งมั่นของศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการในปัตตานี หรือแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต หรือการสร้างมัสยิดสร้างขึ้นเพราะความศรัทธาในศาสนาเพียงเท่านั้นไม่ใช้เอามาเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยว


สนใจในคำว่า มัสยิดสร้างไม่เสร็จเพราะคำสาปแช่ง ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีมากน้อยแค่ไหนก็ยังไม่รู้แต่กลับนำไปโฆษณา ดูเหมือนรัฐกำลังกดวัฒธรรมของมุสลิมให้ตกอยู่
ภายใต้อำนาจของวัฒธรรมอื่น และการที่รัฐเองพอใจให้ผู้คนรับรู้เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้ผ่านตำนานดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่มุสลิมห้ามเชื่อในสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่รัฐทำอยู่เหมือนกับการกลั่นแกล้งในเรื่องของความเชื่อ ความไม่เชื่อที่มีเรื่องละเอียดอ่อนของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดน้อยลง เพราอะไรเพราะสถานการณ์ความไม่สงบหรือเพราะการไม่โฆษณา หรือเพราะความปล่อยปะเลยของรัฐที่จะสนใจฟื้นฟูทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเสี่ยงเข้ามาท่องเที่ยว และในความเป็นชุมชนกรือเซะเองทำไมไม่ส่งเสริมในการท่องเที่ยวเพื่อหารายได้กับตนเองและท้องถิ่น ความภาคภูมิใจใจของมุสลิมอยู่ตรงไหน
ในอดีตกรือเซะไม่ได้ตีค่าให้มันเป็นจุดท่องเที่ยวแค่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ เช่นประเทศมาเลเซีย
สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นต้นตอ ความเป็นมาของปัญหาหากไม่เข้าใจในความต่างแล้วคลี่คลายไปสู่วิถีทางที่ดีขึ้นได้เช่นไร
จุดเปลี่ยนของการท่องเที่ยวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร และคนในชุมชนมีผลกระทบโดยเฉพาะเรื่องรายได้ที่ได้จากการค้าขายให้กับนักท่องเที่ยวลดลงไปมากน้อยแค่ไหน และตัวเขาเองเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่รู้สึกมีคุณค่าทางจิตใจ และตัวข้าพเจ้าเองก็ได้ใส่ความหมายของความเป็นกรือเซะมากกว่าการไปเยี่ยมชมในแต่ละครั้งและทุกครั้งข้าพเจ้าเองกลับรู้สึกเมื่อได้ไปยืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ เหมือนกับมีความรู้สึกอะไรบ้างอย่างที่ตัวข้าพเจ้าต้องค้นหาความจริงที่ถูกหล่อหลอมไปพร้อมกับความเป็นมัสยิด และข้าพเจ้ารู้สึกว่ามัสยิดแห่งตั้งอยู่เพื่อรออะไรสักอย่าง
สิ่งที่อยากรู้มากไปกว่าการสร้างมัสยิดที่ได้ช่างมาจากเมืองจีนตามตำนานที่เล่าขานแล้วทำไมศาลเจ้าแม่ถึงได้สร้างไว้ใกล้ ๆ กัน เพราะอะไร และเมื่อเกิดปัญหาหรือเกิดความขัดแย้งขึ้นศาลเจ้าแม่ไม่เคยมีผลกระทบใด ๆ เลย
ศาลเจ้าแม่ทุกคนมีแต่สิ่งดี ๆ จดจำกันด้วยความทรงจำหรือความรู้สึกดี ๆ ในผู้ที่ศรัทธา เลื่อมใส แม้แต่ตำนานก็ยังยกย่องเชิดชูกันในการเสียสละตามตำนานที่กล่าวอ้างกันต่าง ๆ นานา
แต่จะมีสักกี่เรื่องที่มัสยิดกรือเซะทรงคุณค่าทางแหล่งจิตใจของความสงบสุข ที่ทุกคนอยากให้เกิดหรือได้ยินเสียงร่ำลือมองแต่ด้านดี ๆ เหมือนกับศาลเจ้าแม่ มีใครสักกี่คนที่มองแล้วย้อนคิดถึงความไม่เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ หรือแม้แต่การให้ความหมาย ความรู้สึกที่ถูกกระทำเหมือนลำเอียง ในการสื่อประกาศก้องให้ทั่วโลกรับรู้โบราณสถานแห่งนี้ ศาลเจ้าแม่จะถูกเผยแพร่และใส่ข้อมูลข้อเท็จจริงมากกว่ามัสยิดกรือเซะ(คุณผู้ให้สัมภาษณ์) รู้สึกและคิดอย่างไรกับเรื่องนี้



กรือเซะหลักฐานที่ชัดเจนมันอยู่ที่ไหน ตรงไหนคือความเป็นจริง มัสยิดที่มีเสน่ห์ตำนานคู่บ้านคู่เมือง หรือความเจริญทางวัฒธรรม ความรุ่งเรืองทางการค้าแต่ในอดีต ปัจจุบันมีสักกี่คนที่ยังมองคุณค่าของความหลังเหล่านี้ เพราะปัจจุบันมองผ่านกรือเซะในความเป็นชานเมือง และความเป็นเมืองของปัตตานีอะไรคือสิ่งที่วัดความเป็นเมืองและอะไรที่วัดความเป็นชานเมืองของมัสยิดกรือเซะ (คนในชุมชน) มองอย่างไรเกี่ยวกับความเป็นเมืองในอดีตกับความเป็นชานเมืองในปัจจุบัน เอาอะไรมาวัดดูจากอะไรในความเมืองหรือความเป็นชานเมือง (คนในชุมชน) มองอย่างที่ข้าพเจ้ามองหรือไม่ เขาเองคิดอย่างไรกับความจริงในปัจจุบันที่กรือเซะถูกขนานนามไปพร้อม ๆกับกรือเซะ เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร และสิ่งที่คนในชุมชนต้องการในความเป็นมรดกทางวัฒธรรมที่คนในชุมชนเองมีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาดูแล คนในชุมชนต้องาการหรืออยากให้มัสยิดกรือเซะเป็นอยู่เช่นไร เพราอะไร
และหากคิดที่จะรักษามรดกเหล่านี้ไว้หรือเรื่องราวความเป็นมาต่าง ๆ ทำไมไม่สร้างพิพิธภัณฑ์ในบริเวณใกล้เคียงกับมัสยิดเพื่อที่จะแสดงหลักฐาน หรือให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว มากกกว่าการเล่าเรื่องผ่านศาลเจ้าแม่ และนอกจากมัสยิดกรือเซะ สถานที่ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำไมไม่ปลุกให้ลุกฮือมาพร้อม ๆ กับกรือเซะ ทำไมไม่ให้ความสำคัญหรือแสดงความเป็นมาของเรื่องราวต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกัน ให้นักท่องเที่ยวได้รู้ได้ ศึกษามากกว่าแค่การมาเยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะและศาลเจ้าแม่ หากรัฐคิดหรือสร้างภาพจำลองเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในปัตตานีและเก็บไว้ที่ ๆ เดียว (พิพิธภัณฑ์) ข้าพเจ้าคิดว่านักท่องเที่ยวคืนกลับมาแน่นอน เพียงแค่รอรัฐปรับปรุงหรือฟื้นฟูความเป็นจริงจากเรื่องเล่า จากตำนาน จากหลักฐานเหล่านี้ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าสิ่งเร้นลับ หรือตำนานในอดีตก็เหมือนกับจุดขายจุดเปลี่ยนตำนานให้อยู่ในความทรงจำ เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าทุก ๆคนทุกมุมโลกให้ความสนใจต้นตอของเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเรื่องเล่าเหล่านี้ และนักท่องเที่ยวเองที่มาเยี่ยมชมหวังจากการมา คือ การได้สัมผัสสถานที่จริง ๆ แต่อีกหลาย ๆ เรื่องราวที่มีมากกว่าความเป็นกรือเซะ ความเป็นศาลเจ้าแม่ยังมีอะไรอีกมากมายที่เชื่อมโยงกันทำไมไม่นำถ่ายทอดความรู้ประชาชน มิใช่เพียงแค่นักวิชาการ ผู้รู้ตีพิมพ์ผ่านหนังสือเท่านั้น ตัวข้าพเจ้าเองสนใจในสื่อของรูป ของภาพ มากว่าผ่านการอ่าน ที่หลากหลายเรืองเล่าที่ปะติดปะต่อกันมา ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งรัฐควรมองและทำตอนนี้คือ ฟื้นฟูสร้างขวัญกำลังให้ชุมชนกรือเซะได้มีรายได้กลับคืนมาเหมือนเช่นในอดีต รัฐควรยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือประชาชนบ้างมิใช้แค่เข้ามาซ่อมแซ่ม บูรณะ รัฐเองควรมีความจริงใจกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และร่วมมือกันปรับปรุง รักษาร่วมกันให้ดีขึ้นกว่าเดิม แม้สถานที่แห่งนี้จะขึ้นอยู่กับกรมศิลปกรก็ตาม





สิ่งที่เป็นความจริงหรือสิ่งที่ถูกบิดเบือนให้ออกนอกความเป็นจริงมากขึ้น(นี้คือคำบอกเล่าจากผู้รู้ท่านหนึ่งที่ผ่านการปกป้องรักษาที่ผ่านการสืบค้นผ่านตำนานความเป็นจริงหรือความเป็นไปได้กันแน่) นี้คือสิ่งข้าพเจ้าผ่านการรับรู้มาจากบุคคลนี้ที่เขากลับแสดงความคิดเห็นโดยอ้างประวัติศาสตร์เข้ามาคลี่คลายปมปัญหาความขัดแย้ง
แต่อดีตที่ผ่านเรื่องราวหรือตำนานที่ว่าปัตตานีเป็นศูนย์กลางของเมืองที่มีความเพียบพร้อมไปในทุกด้าน ๆ เช่น ด้านการค้า ความเจริญรุ่งเรืองสาเหตุนี้เองที่เป็นปมปัญหาเพราะความไม่พอใจของรัฐที่มีต่อเมืองที่เจริญกว่าพร้อมกับพื้นที่มีแต่คนมุสลิมมากกว่าศาสนาอื่นๆ เป็นการอยากต่อการเข้ามาควบคุมของรัฐได้ เพราะความอุดมสมบูรณ์ที่มีในเมืองปัตตานีในอดีตกลายมาเป็นปมปัญหาของความขัดแย้งการกดขี่ข่มเห่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีต่อคนมุสลิมแต่ในอดีตจนทำให้กลายเป็นปมหรือจุดฝังใจที่ลุกฮือมาเมื่อไหร่ก็ได้ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับความแค้น และด้านการท่องเที่ยวเป็นการอ้าง หรือสร้างตำนานขึ้นมา
จุดเปราะบางทางการเมืองที่เกิดความแตกแยกแต่ในอดีต และจากที่ผ่านเรื่องเล่า(จากผู้รู้คนนี้) แต่เดิมเขาไดอธิบายว่าเรื่องเล่าที่ผ่านตำนานต่าง ๆ เป็นแค่การปิดบังความจริงต่างหากเขามองว่าเป็นการปกปิดความเป็นจริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว คือจากอดีตที่ปัตตานีแสดงความรุ่งเรืองได้ชัดเจนและประกอบกับศาสนาอิสลามเข้ามาเผยแพร่อย่างกว้างในปัตตานี จนในที่สุดปัตตานีก็มีคนที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามกันมากและเมื่อมีคนมุสลิมมากขึ้น สถานที่ที่จะต้องทำการเคารพพระเจ้าจำเป็นต้องเกิดขึ้น คือ มัสยิด และเมื่อมัสยิด(กรือเซะ) ถูกสร้างขึ้น แต่ถูกคัดค้านจากรัฐบาลไทยในอดีตไม่ให้สร้างมัสยิด เพราะรัฐบาลมองเห็นถึงความสำคัญหรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตามมาผ่านหลังจากการสร้าง คือรัฐไม่สามารถควบคุมมุสลิมเหล่านี้ เพราะแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง หรืออะไรอีกมากมายที่รัฐกลัวว่าเมืองปัตตานีจะก้าวออกมาจากจากความเป็นไทย เพราะฉะนั้นรัฐจึงทำทุกวิถีทาง เช่น กดขี่ ขมเห่ง หรือการเผาทำลายมัสยิดหลายครั้งต่อหลายครั้งที่มุสลิมโดนกลั่นแกล้งทางรัฐ
การเผามัสยิดนี้เองที่บิดเบือนความจริงให้กลายมาเป็นตำนานเรื่องราวให้มัสยิดดูมีอาภรรพ์ที่สร้างไม่เสร็จเพราะการลอบทำลายของเจ้าหน้าที่ต่างหากไม่ใช่เพราะตำนานนี้คือสิ่งที่รัฐปกปิดมาโดยตลอด จริงหรือที่ความเป็นจริงต้นตอของปัญหาเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่มีต่อคนมุสลิม ที่ถูกรัฐบาลข่มเหง
สาเหตุนี้หรือเปล่าที่เป็นรอยร้าว ที่เกิดปัญหากันทุกวันนี้เพราะรากเหง้าของความคิดที่ปลุกระดมให้เกิดความแค้นกัน





และหากเห็นว่าประเด็นดังที่กล่าวว่าเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แล้วแนวทางการแก้ปัญหาจะทำได้อย่างไร เพราะแต่เดิมรัฐเองที่จำกัดกรอบความคิดในเรื่องของประวัติศาสตร์มัสยิดกรือเซะ โดยให้ข้อมูลที่ดึงดูดความสนใจ ที่เน้นไปในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ ที่ถือเป็นจุดขายเพียงเรื่องเดียว แต่ข้าพเจ้าคิดว่าหากรัฐจะเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวหรือผู้คนได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์มัสยิดอีกหลายด้าน ๆ หลาย ๆ แง่ในมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นด้านความรุ่งเรือง หรือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในยุคเสื่อม และทำไมบ่อยครั้งที่เอาสถานที่เคารพต่อพระเจ้าเป็นเครื่องมือของความขัดแย้งและขยายไปสู่วงกว้างในเรื่องของความไม่เข้าใจ ความรุนแรงที่ต่างฝ่ายต่างใช้เข้าหากัน น่าจะเอามุมมองความคิดหรือความเป็นจริงตรงนี้อธิบาย แก้ข้อสงสัยหรือความขัดแย้ง ดีกว่าครอบงำกันด้วยความคิด หรือความทรงจำที่ไม่ดี
การที่ทุกคนรอการฟื้นฟู การปรับปรุงให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งมีบ้างหรือไม่ในความคิดของแต่ละคน และทำไมถึงคิดเช่นนี้ และอยากให้เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของเมืองแต่กลับกลายมาเป็นแค่ชานเมืองในปัจจุบัน และอะไรที่คุณคิดว่าแหล่งนี้คือชานเมือง และความเป็นเมืองของคุณ คุณนิยามว่าอย่างไร จะมองในด้านไหน ๆก็ตามมีความหมายและมีค่าแก่การทรงจำเสมอ เพราะทุก ๆ ด้านของมัสยิดล้อมรอบไปด้วยตำนาน ความละเอียดอ่อน หรือข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนหรืออะไรกันที่ทำให้มัสยิดหลังนี้ถูกตั้งคำถามมากมาย และคำถามต่าง ๆ เหล่านี้ข้อสรุปหรือความจริงเป็นการยากที่จะหาข้อสรุปเกินกว่าคำอธิบายใด ๆ ได้แม้จะมองในความเป็นกรือเซะทั้ง 3 ด้าน ที่สามารถเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียวได้แต่ความจริงคือสิ่งที่ทุกคนวิ่งตามหากันอยู่ทั้ง ๆ ที่โบราณวัตถุนี้ยังคงสง่าอยู่เช่นเดิม

1 ความคิดเห็น:

บัณฑิต ไกรวิจิตร, Bundit Grivijitr กล่าวว่า...

ผมอ่านของคุณมากกว่าสองรอบรวมถึงข้อสอบที่คุณได้เขียนแล้ว สิ่งที่เป็นจุดเด่นของคุณก็คือการเข้าสูประเด็นดังกล่าวอย่างซับซ้อน ซับซ้อนด้วยประเด็นที่มีประวัติซับซ้อน และซับซ้อนจากการนำเสนอด้วยการเขียนที่ซับซ้อน (สับสน) สิ่งที่จะช่วยคุณได้มากก็คือ ลองดึงสามประเด็นของคุณออกมาจัดระเบียบใหม่ และลองย้าย คำอธิบายในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะวิจารณ์รัฐบาลหรือไม่ว่าใครก็ตามออกมาไว้อีกส่วนหนึ่งเก็บเป็นคลังแล้วค่อยนำกลับเข้าไปส่ที่หลัง จนกว่าคุณจะจัดระเบียบประเด็นได้ชัดเจนก่อน ในบางประเด็นคุณควรที่จะ แปลงเป็นคำอธิบายมากกว่าการวิจารณ์ เพราะจะทำให้เกิดความแตกต่างกันระหว่างแถลงการณ์กับงานวิชาการ ซึ่งสามารถวิจารณ์ได้อย่างมีตรรกและเหตุผล และสร้างน้ำหนักโดยการนำข้อมูลจากภาคสนามมาสนับสนุน อ้อ ผมอยากให้คุณช่วยเขียนข้อมูลภาคสนามทั้งหมดที่มีส่งเมล์ให้ผมได้ใหม โดยทำพร้อมๆ กันนั่นแหละกับการจัดระเบียบข้อมูลใหม่ หวังว่าคำแนะนำผมคงช่วยคุณได้บ้างนะครับ